เข้าสู่ระบบ


User:   

Pass:

PRO

Stats

  สถิติเว็บไซต์
ออนไลน์:   1
วันนี้:   61
เมื่อวานนี้:   61
สัปดาห์นี้:   122
เดือนนี้:   1495
ปีนี้:   6157
รวม:   6157
Power by mPlus

อาจารย์อุ้ย เก้ายอด

ชื่อสุทธิโรจน์ พร้อมเพียงฤา เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2530 บ้านหนองอะลาง จังหวัดศรีสะเกษ บิดาเป็นคนจังหวัดปทุมธานี มารดาเป็นคนที่จังหวัดศรีสะเกษ คุณตาท่านเป็นผู้ใหญ่บ้าน ชื่อตาประชา ทวีทรัพย์ เป็นเพื่อนรุ่นน้องของหลวงปู่เกลี้ยง เตชธมฺโม วัดบ้านโนนแกด จ.ศรีสะเกษ ตาของอาจารย์อุ้ยนั้นสมัยท่านยังมีชีวิตเป็นที่เลื่องลือในด้านวิชาอาคมท่านหนึ่ง จนเป็นที่ยอมรับของคนในหมู่บ้านหนองอะลางและหมู่บ้านใกล้เคียงในแถบนั้น ทั้งทางคงกระพัน ปราบผี สมัยหลวงปู่เกลี้ยงเป็นฆราวาสนั้นต่างไปมาหาสู่กับตาของอาจารย์อุ้ยเป็นประจำ ส่วนคุณพ่อของท่านอาจารย์ก็เป็นคนปทุมธานีมีเชื้อรามัญ(มอญ) พ่อของอาจารย์อุ้ยก็ไม่น้อยหน้า ท่านก็เป็นอาจารย์และหมอยาเช่นกัน ท่านมีความชำนาญด้านอักขระเลขยันต์มาก และยังสามารถรักษาคนขาหัก แขนหัก งูสวัด ด้วยยาสมุนไพรอีก เป็นที่เลื่องลือในตำบลซำ และตำบลโพนข่า
ปู่สิงห์ อาจารย์ท่านแรก
อาจารย์อุ้ยจึงสนใจในวิชาไสยเวทย์เป็นอย่างมากเพราะมีตัวอย่างดีๆให้เห็นเป็นต้นแบบถึง2ท่าน คือคุณตาและคุณพ่อ เลยคิดอยากจะศึกษาวิชาคาถาอาคม เวทย์มนต์ต่างๆ แต่บิดาท่านก็ไม่ยอมสอนให้ บอกว่ายังเด็กไป ถึงจะสอนให้ก็สอนให้แบบตรงๆไม่ได้(คนเรียนวิชาอาคมสมัยก่อนท่านจะถือมาก โดยจะไม่สอนวิชาให้กับลูกตนเอง) ซึ่งตอนนั้นอาจารย์อุ้ยมีอายุเพียง 8 ขวบเท่านั้น ในปีนั้นเองคุณตาได้เสียชีวิตด้วยโรคชรา แต่อาจารย์อุ้ยก็ไม่ละความพยายาม พออายุได้9ขวบ ก็เริ่มอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น จึงตัดสินใจขโมยตำราอักขระของพ่อมาหัดอ่าน หัดเขียน จนขึ้นใจ แต่ยังไม่มีความเข้าในการผสมคำ ก็ฝึกเขียนอยู่อย่างนั้นมาตลอด จนเขียนได้สวยงามเลยทีเดียว จนอายุได้15ปี คุณพ่ออาจารย์อุ้ยได้เสียชีวิต ต่อมาไม่นานคุณแม่ก็เสียชีวิตตามกันไปอีก ในปีเดียวกันนั่นเอง อาจารย์จึงต้องมาอยู่กับยาย หลังจากนั้นประมาณอยู่กับคุณยายได้ประมาณ1ปี ได้ หนีออกจากบ้านเพราะน้อยใจคุณยาย มาพักกับเพื่อนที่อยู่ในตัวเมือง หาเงินส่งเสียตัวเองจนเรียนจบ มัธยมศึกษาปีที่ 6 ร.ร.ศรีสะเกษวิทยาลัย ตอนเรียน ม.4อยู่นั้น ยังไม่ลดละความตั้งใจมั่นที่จะหาครูบาอาจารย์เพื่อขอเรียนวิชาไสยเวทย์จนได้พบกับ ปู่สิงห์ ตอนนั้นท่านอายุ 82 ปี อยู่ อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ ท่านผู้นี้เป็นศิษย์ของหลวงปู่มุม แห่งวัดปราสาทเยอร์เหนือ จึงขอฝากตัวเป็นศิษย์เพื่อขอศึกษาวิชา และคาถาอาคมต่างๆซึ่งท่านก็เมตตารับไว้ และรักใคร่เสมือนลูกหลาน ได้ศึกษาทั้ง วิชาอ้อป่อง วิชาผาบผี(ปราบผี) วิชาทำตะกรุดโทน วิชาทำสีผึ้ง วิชาทำตะกรุดกันผีกันพราย ครบสูตร เรียนอยู่กับท่านไปๆมาๆ(เสาร์-อาทิตย์-ปิดเทอมจะไปตลอด)เรียนกับท่านเป็นเวลา2ปี จนหมดสิ้น จนท่านถึงกับออกปากเลยว่า เด็กแค่นี้ทำไมความมุ่งมั่น ความตั้งใจสูงมาก หมดใส้หมดพุงปู่แล้วล่ะ
บรมครูปู่องค์ลาย
จากนั้นก็ยังไม่พอสำหรับคนที่ขวนขวายอยากรู้อยากศึกษา จึงเสาะแสวงหาครูบาอาจารย์เพื่อจะได้ความรู้เพิ่มเติมอีก จนได้มาพบกับพระธุดงค์ท่านหนึ่ง ท่านชื่ออาจารย์ลาย ประจวบเหมาะกับที่ท่านมาพักกับพระน้องชายท่านที่ วัดบ้านหนองเตย อ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ โดยมีเพื่อนบอกเล่าให้ฟังจึงอยากไปพบท่าน จึงเดินทางไปเพื่อจะได้ขอศึกษาวิชาด้วย อาจารย์ท่านนี้ทำตัวแปลกๆ คือสักลายทั้งตัว จีวรก็ขาด ปะแล้วปะอีก เห็นครั้งแรกก็งุนงงสงสัย จึงได้ไปขอท่านว่าอยากสักอยากฝากตัวเป็นศิษย์ท่าน แต่ท่านก็ปฏิเสธไม่รับเป็นศิษย์ ไม่สักให้ แต่อะไรก็ช่างครับ ความพยายามเท่านั้น จากนั้นอาจารย์อุ้ยก็ไป-มา หาท่านตลอด 2 เดือนครับ ท่านก็ยังไม่สัก ไม่รับเป็นศิษย์ อาจารย์อุ้ยก็ไม่สนใจ ก็ไปอย่างนั้นแหละ จนวันหนึ่งท่านมองเห็นความพยายามของอาจารย์อุ้ย อาจารย์อุ้ยก็แกล้งทำอุบายโดยเขียนตัวขอมไปให้ท่านดูว่าที่เขียนนิถูกไหม ท่านดูท่านก็ว่าผิด ไม่ถูก ยังผสมไม่เป็น ท่านจึงเขียนให้ดู สอนให้ผสม สอนสูตรเรียกอักขระ เลขยันต์ต่างๆ สอนวิชาสักยันต์ สอนยันต์ต่างๆ ที่ท่านรู้ การเดินยันต์ต่างๆรวมถึงวิชาที่ท่านได้ศึกษามาทั้งหมดครับ ผมจึงได้ขึ้นขันธ์ขอเป็นลูกศิษย์แบบสมบูรณ์ ท่านก็รับแบบเต็มใจ ศึกษาอยู่กับท่านเป็นเวลา2ปีเช่นกันครับ จนท่านไว้วางใจ ให้จารตะกรุดแทนบ้าง ถักตะกรุดแทนบ้าง จนถึงสักน้ำมันแทนท่านแล้วท่านก็จะเป่าให้ จนเมื่อท่านเห็นว่าเวลาสมควรแล้วท่านจึงครอบครูให้ครับ โดยมีด้วยกัน2คนคืออาจารย์อุ้ยและอาจารย์ป้อ ที่ได้ครอบในวันเดียวกันเพื่อประสิทธิ์ประสาทวิชาทั้งหมดให้(อ.อุ้ยกับ อ.ป้อ เป็นเพื่อนร่วมน้ำสาบานกัน) จากนั้นท่านก็จะเข้าป่าหาความวิเวกโดยไม่มีใครรู้ข่าวคราวท่านจนปัจจุบันนี้ก็ล่วงมา9ปีแล้ว
ตั้งแต่อาจารย์อุ้ยได้รับการครอบครูจากอาจารย์ลายแล้ว ก็ได้ทำการสักให้กับเพื่อน กับรุ่นพี่ที่รู้จัก จนเกิดประสบการณ์เป็นที่โจทย์ขานเลยทีเดียว จนมีลูกศิษย์ตั้งแต่อาจารย์อุ้ยอายุ18 ปี เกือบ50คน ที่ จ.ศรีสะเกษ
พ่อจาน ศิษย์เอกหลวงปู่บุญมี โชติปาโล
หลังจากนั้นไปเดินทางมาทำงานที่ จ.อุบลราชธานี เมื่อปี พ.ศ.2550 ก็ได้เสาะหาครูบาอาจารย์ จนได้พบกับพ่อจาน บ้านาเมือง ซึ่งท่านเป็นศิษย์ของหลวงปู่บุญมี โชติปาโล พระเกจิชื่อดังของเมืองอุบล อาจารย์อุ้ยก็ได้ได้ฝากตัวเป็นศิษย์ท่านพ่อจาน พ่อจานได้ถ่ายทอดสรรพวิชา ของท่านให้อาจารย์อุ้ยโดยไม่หวงแหน อาทิ วิชาธรรมบารมี30ทัศ วิชาแคล้วคลาด วิชามหาเสน่ห์ ผูกหุ่น ฝังรูปฝังรอย วิชาทำเทียนเรียกจิต วิชาลงใบรักซ้อนเรียกจิต วิชาทำตะกรุดสาริกาคู่ วิชามหาลาภ และวิชาเอกของท่าน ที่หลวงปู่บุญมีจะใช้ประจำ ทำให้ประชาชนมาที่วัดท่านมากมาย นั่นก็คือ วิชานกการเวก เรียนกับท่านเป็นเวลา1ปี ก็ศึกษาจนรู้สิ้น
หลวงปู่จอม นาคเสโน
ปี พ.ศ. 2551 อาจารย์อุ้ยได้เดินทางไปกราบนมัสการ หลวงปู่จอม นาคเสโน จ.อำนาจเจริญ ซึ่งท่านเก่งมากในวิชาโชคลาภ พอเห็นหลวงปู่จึงเกิดศรัทธา ขอเรียนวิชาปิดถุงเงิน เปิดทางทรัพย์ ซึ่งเป็นวิชาโชคลาภ ที่แปลกอีกวิชาหนึ่ง คือ ท่านจะใช้เหล็กจารหรือปากกา ขีดเส้นที่ฝ่ามือเพื่อเป็นการปิดถุงเงิน ท่านว่าพอหามาได้จะได้ไม่รั่วไหลไปไหน แล้วท่านก็สวดคาถาเจ็ดตัน เพื่อทำการปิด จากนั้นก็สวดเรียกเงิน-เรียกทอง-เรียกโชค-เรียกลาภ แล้วจึงทำการสวดวิชาคาถาเปิดทางทรัพย์รับโชค รับเงิน อาจารย์อุ้ยจึงได้ศึกษาทั้งคาถาและเคล็ดวิชา หลวงปู่ท่านก็เมตตาประสิทธิ์วิชานี้ให้โดยไม่หวงเลยแม้แต่น้อย
พอได้วิชาจากหลวงปู่จอมแล้ว อาจารย์อุ้ยท่านคิดว่ายังไม่จนสิ้นหรอกสำหรับวิชาไสยศาสตร์ จึงเดินทางกลับบ้านเกิด เพื่อไปขอตำราวิชาของคุณตาอาจารย์อุ้ยกับคุณยาย คุณยายก็นำออกมาให้ดูให้ศึกษา แถมยังสอนเคล็ดบางอย่างที่คุณตาเคยบอกเล่าให้คุณยายฟังอีก แต่ก็ยังถือว่าไม่ครบถ้วนดีนัก จึงถามยายว่าวิชากลุ่มนี้นอกจากคุณตาแล้วใครได้เรียนได้ศึกษาไว้บ้าง คุณยายเลยแนะนำว่ายังมีตาสิทธิ์อีกคน ซึ่งตาสิทธิ์นี้เป็นน้องชายแท้ๆของคุณยายนี่แหละ จึงไปขอศึกษาวิชาเพื่อเก็บรักษาไว้ ตาสิทธิ์ก็สอนวิชาให้ทั้งหมด ถึงจะไม่ได้เรียนโดยตรงกับคุณตา แต่ก็ถือว่าครบถ้วนขบวนความ สืบสานวิชาประจำตระกูลอย่างสมบูรณ์ เพราะวิชาที่คุณตาได้ศึกษามานี้ท่านก็ได้เรียนมากจากพ่อตาของท่าน นั้นก็คือคุณพ่อของคุณยาย จึงสามารถเรียกว่าวิชาประจำตระกูลก็คงไม่ผิด
หลวงปู่เกลี้ยง เตชธมฺโม
จากนั้นก็ไปขอความเมตตาจาหลวงปู่เกลี้ยงโดยขอขึ้นของรักษาด้วย และขอขึ้นธรรมโองการจักราวุธพระเจ้าห้าพระองค์ จากหลวงปู่ด้วย จากนั้นก็ได้วิชาคาถาบางส่วนจากท่านมาพอสมควร เพราะท่านก็สนิทสนมกับทางครอบครัวอาจารย์อุ้ยพอสมควร
พ่อสุพรรณ
จนถึงพ.ศ.2552 ได้ทำการสักยันต์ให้ลูกศิษย์จนมีชื่อเสียงที่ จ.อุบลราชธานี และได้ลงหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นใน จ.อุบลฯ จากได้ก็ได้มาพบกับอาจารย์สุพรรณ ที่ อ.เขมราฐ จ.อุบลฯ ท่านอาจารย์ผู้นี้เป็นสหายธรรมของหลวงปู่พรหมมา เขมจาโร วัดสวนหินผานางคอย จ.อุบลฯ และท่านฤๅษีบัน อ.เหล่าเสือโก้ก จ.อุบลฯ ท่านอาจารย์สุพรรณก็อบรมสั่งสอนอาจารย์อุ้ยก่อน แล้วก็รับอาจารย์อุ้ยเป็นศิษย์ และก็ถ่ายทอดสรรพวิชาต่างๆให้โดยไม่ปิดบังอำพลางแม้แต่น้อย อาจารย์ท่านนี้จะเก่งในการตะกรุดเป็นอย่างมาก มีความเชี่ยวชาญในวิชาเดินธาตุเป็นที่สุด ทั้งเมตตามหานิยมก็ไม่เป็นรองใคร วิชาที่ท่านสอนก็มี วิชากั้งปัง วิชาเดินธาตุ ตั้งธาตุ หนุนธาตุ สอดธาตุ วิชาฝังตะกรุด วิชาทำตะกรุดกั้งบัง วิชาทำตะกรุดหนังเสือ วิชาทำตะกรุดมหาอำนาจ วิชาตะกรุดสาลิกาโทน(วิชานี้ท่านก็หาเป็นรองผู้ใด) วิชามหาเสน่ห์ต่างๆ ทั้งเรียกผัว-เรียกเมียคืนกลับหากัน และวิชาอื่นๆอีกมากมาย อันไหนที่ท่านรู้ท่านก็สอนอาจารย์อุ้ยทั้งหมดอย่าไม่หวงแหน
ปี พ.ศ.2553 อาจารย์อุ้ยมาได้พบพระอาจารย์ สวัสดิ์ ภูมิสาโร และเกิดศรัทธายิ่งต่อพระอาจารย์อยากฝากตัวเป็นศิษย์ท่าน ท่านก็เมตตาสอนเคล็ดวิชา คาถามหาเสน่ห์ให้ในบางส่วน แต่สิ่งที่ท่านสอนนั้นพิเศษและพิสดารมาก ทั้งเคล็ดวิชาต่างๆพอสมควร พระอาจารย์บอกอาจารย์อุ้ยว่าต้องมีสมาธิและพลังจิตให้มั่นคงถึงจะกระทำได้เช่นท่าน แต่จริตที่อาจารย์อุ้ยได้เรียนมาแต่เดิมนั้นจะหนักไปทางคงกระพันชาตรีซะมากกว่า จึงต้องปรับสภาวะจิต ให้เป็นเมตตาเสียก่อน ท่านถึงจะสอนให้ทั้งหมด
ปีพ.ศ.2553 อาจารย์อุ้ยจึงได้มีลูกศิษย์ลูกหามากมายหลายอาชีพ ทั้งข้าราชการ พ่อค้า-แม่ค้า เข้ามาทำการสักยันต์ เป็นจำนวนมาก ก็ต่างมีประสบการณ์ดีทั้งนั้น ทั้งแคล้วคลาด ทั้งโชคลาภค้าขายก็มีอยู่ไม่น้อย และยังได้เดินทางไปยังประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ เพื่อทำการสักยันต์ให้ลูกศิษย์ที่นั่นอยู่บ่อยๆ
นับได้ว่าอาจารย์อุ้ยเป็นอาจารย์ฆราวาสที่อายุน้อย ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งก็ว่าได้ เพราะปัจจุบันอาจารย์อุ้ยอายุเพียง24ปีเท่านั้น ก็มีลูกศิษย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างมากมาย เพราะเกิดประสบการณ์กันถ้วนหน้า ทั้งแคล้วคลาด เมตตา โชคลาภ ค้าขายดี เพราะอาจารย์อุ้ยท่านบอกว่าเมื่อเขามาฝากตัวเป็นลูกศิษย์เราแล้ว เราก็ต้องนั่งสมาธิแผ่กุศลให้ลูกศิษย์ทุกคนให้มีความสุข ความเจริญ โดยทั่วกัน ลูกศิษย์เหล่านั้นจะมีสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิตเสมอ อีกทั้งยังสามารถรักษาตนให้พ้นจากภยันอันตรายทั้งหลายทั้งปวงได้อีก และต้องนั่งแผ่ให้ลูกศิษย์ทั้งหลายทุกวัน ทุกลมหายใจ

ภาพอาจารย์อุ้ยเป็นผู้ช่วย พ่อครูโหรยูร ศิษย์ครูเทพ ในงานไหว้ครูพระอาจารย์สวัสดิ์ ภูมิสาโร รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธาน

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ลายสักยันต์ต่างๆของสำนักสักยันต์เก้ายอด


ยันต์เก้ายอดพญาไก่เถื่อน      ยันต์เก้ายอดสิบหกพระองค์     ยันต์เก้ายอดพญาไก่เถื่อน      ยันต์เก้ายอดพญาไก่เถื่อน
ยันต์เก้ายอดสิบหกพระองค์    ยันต์เก้ายอดสิบหกพระองค์     ยันต์เก้ายอดพญาไก่เถื่อน      ยันต์เก้ายอดพญาไก่เถื่อน
ยันต์เก้ายอดพญาไก่เถื่อน    ยันต์เก้ายอดสิบหกพระองค์     ยันต์เก้ายอดพญาไก่เถื่อน        ยันต์พญาปลาใหลเผือกคู่
ยันต์เก้ายอดพญาไก่เถื่อน           ยันต์พญาหงส์ทองคู่                      ยันต์ตะกร้อ                        ยันต์พระเจ้าห้ามอาวุธ
ยันต์เก้ายอดพญาไก่เถื่อน  ยันต์เก้ายอดพญาไก่เถื่อน  ยันต์เก้ายอดพญาไก่เถื่อน  ยันต์เกราะเพชรพระพุทธเจ้า   ยันต์รัตนะปทุม
ยันต์ตรีนิสิงเห                  ยันต์ดอกบัว          ยันต์กั้งบัง(มหากระดอน)        ยันต์ตรีนิสิงเห           ยันต์มงกุฏพระพุทธเจ้า
ยันต์สัตตะมุนี                 ยันต์ห้าแถว            ยันต์ข่ายเพชรพระพุทธเจ้า        ยันต์ห้าแถว        ยันต์ข่ายเพชรพระพุทธเจ้า
ยันต์ห้าแถว   ยันต์ข่ายเพชรพระพุทธเจ้า  ยันต์พญาราชสีห์โห่มหาอำนาจ   ยันต์พญาเขาคำมหาเสน่ห์   ยันต์พญาไก่ฟ้า
ยันต์หนุมานแผงฤทธิ์  ยันต์พญามังกรมหาบารมี  ยันต์พญามังกรมหาบารมี    ยันต์ตะกร้อ
ยันต์พญาราชสีห์โห่มหาอำนาจ   ยันต์นายขนมต้ม
ภาพรวมการออกแบบการสักยันต์บนแผ่นหลัง

ยันต์ต่างๆของสำนักสักยันต์เก้ายอด มีดังนี้

- ยันต์เก้ายอดสิบหกพระองค์(ยันต์ครู)       – ยันต์เก้ายอดพญาไก่เถื่อน          -  ยันต์เก้ายอดพญากาน้ำ

- ยันต์เก้ายอดพญากาสัก                             – ยันต์เก้ายอดรอดมัจจุราช            – ยันต์เก้ายอดนวหรคุณ

- ยันต์เก้ายอดแม่ทัพ                                    – ยันต์เกาะเพชร                               – ยันต์ข่ายเพชร

- ยันต์มงกุฏพระพุทธเจ้า                              – ยันต์จักรพรรดิน้อย                        – ยันต์มหาจักรพรรดิตราธิราช

- ยันต์จตุโรบังเกิดทรัพย์                              – ยันต์ทศชาติเงินไม่ขาดมือ            – ยันต์ตรีนิสิงเห

- ยันต์มหาราช                                                -ยันต์ไตรสรคมณ์                             – ยันต์กันสะกด

- ยันต์นะโมตาบอด                                       – ยันต์เพชรหลีก                                 – ยันต์เพชรกลับ

- ยันต์อิติปิโส 8 ทิศ                                      – ยันต์สี่เกลอ                                      – ยันต์พระควปติ

- ยันต์พระพิฆเณศ                                        – ยันต์พระพรหม                                 – ยันต์พระนารายณ์ทรงครุฑ

- ยันต์พญาครุฑ                                           – ยันต์พญานาค                                   – ยันต์พญาลิงลม

- ยันต์พญาพาลี                                           – ยันต์พญาสุครีพ                                 -ยันต์พญานิลพัตร

- ยันต์พญาหนุมานแผลงฤทธิ์                    – ยันต์หนุมานคลุกฝุ่น                         – ยันต์หนุมานนำทัพ

- ยันต์หนุมานทัพหน้า                                 – ยันต์หนุมานร่ายเวทย์                       – ยันต์หนุมานเชิญธง

- ยันต์หนุมานแวกบาดาล                            -ยันต์หนุมานโทน                               – ยันต์หนุมานชมพูนุช

- ยันต์พญามัจจฉานุ                                    – ยันต์บรมครูปู่ฤาษี                             – ยันต์จิ้งจกปี้

- ยันต์จิ้งจกเทวดา                                       – ยันต์จิ้งจกเก้าหาง                             – ยันต์จิ้งจกคาบธง

- ยันต์จิ้งจกสองหาง                                    – ยันตะกร้อ                                         – ยันต์เทาะว์รันโต

- ยันต์ดอกบัวทศชาติ                                 – ยันต์นะมหาสำเร็จ(สายเขาอ้อ)       – ยันต์กั้งบัง(มหากระดอน)

- ยันต์พระเจ้าห้าพระองค์                           – ยันต์โสฬสมงคล                               – ยันต์ห้าแถวธรรมราชา

- ยันต์พระพุทเจ้าห้ามอาวุธ                       – ยันต์พิชัยสงคราม                             – ยันต์ชัยยะสงคราม

-  ยันต์มหาปัทมึน                                        – ยันต์แม่ทัพ                                       – ยันต์พระเจ้านอมอ

- ยันต์รัตนะปทุม                                         – ยันต์รัตนจักร                                    – ยันต์กันภัย

- ยันต์กำแพงแก้ว                                       – ยันต์จตุธรรมราชา                             -ยันต์กระบองไขว้

- ยันต์พุทธชัยยะ                                        – ยันต์ตาข่ายธาตุ                                – ยันต์พิรอดแขน

- ยันต์มหาอำนาจ                                       – ยันต์สมปรารถนา                              – ยันต์สุกิตติมา

- ยันต์ปิโย                                                  – ยันต์พระกาฬผันจักร                         – ยันต์พญาไก้แก้ว

- ยันต์พญาหงส์คู่                                       – ยันต์ยันต์สุริยประภา(ราหูอมมพระอาทิตย์)

- ยันต์จันทรประภา(ราหูอมพระจันทร์)    – ยันต์พญาราชสีห์                               – ยันต์พญาเสือเผ่น

- ยันต์พญาเสือคู่                                        – ยันต์พญาเสือหางด้วน                      – ยันต์พญาเสือคอขาด

- ยันต์พญาเสือเหลียวหลัง                        – ยันต์กวางเหลียวหลัง                        – ยันต์พญาชาละวัน

- ยันต์พญามังกร                                        – ยันต์พญากิเลน                                 – ยันต์ปลาใหลเผือก

-  ยันต์ปลาใหลเผือกคู่                               -  ยันต์ขุนแผนแสนนางล้อม               – ยันต์หมัดธนู

- ยันต์จักรนารายณ์                                    – ยันต์สากเหล็ก                                   – ยันต์อิ้นมหาเสน่ห์

- ยันต์นายขนมต้ม                                     – ยันต์พญาเต่าเรือน                             – ยันต์ชูชก

- ยันต์พญาปลัดขิก                                    – ยันต์พญาหมูคาบดาบ                       – ยันต์พญาเขาคำมหาเสน่ห์

-  ยันต์ม้าเสพนาง                                        – ยันต์ขุนแผนแสนเสน่ห์                     – ยันต์พญานกถึกถือ

- ยันต์พญานกคุ้ม                                        -ยันต์พญานกยูงทอง                         – ยันต์สาลิกาลิ้นทอง

- ยันต์สาลิกาป้อนเหยื่อ(สาลิกาคู่)           – ยันต์พระเจ้าเปล่งรัศมี                       – ยันต์เงาะถอดรูป

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

เหรียญมหาพุทธบารมีเก้ายอด รุ่นแรก สำนักสักยันต์เก้ายอด

เหรียญนี้ได้รวบรวมทั้งศาสตร์และศิลป์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว อีกทั้งบารมีเกจิคณาจารย์ทรงคุณวุฒิ อธิษฐานจิตปลุกเสกอย่างเข้มขลัง
ด้านหน้าเหรียญ ประกอบด้วย ยันต์เก้ายอดสิบหกพระองค์(ยันต์ครูสำนักฯ) ยันต์กันสะกด ยันต์สะกดมิลง ยันต์นะครอบจักรวาล ยันต์มงกุฎพระพุทธเจ้า ยันต์กั้งปัง(มหากระดอน) ยันต์พุทธซ้อน ยันต์พุทธม้วนโลก ยันต์กันภัย ยันต์พระเจ้าห้ามอาวุธ  ยันต์ครอบฟ้า ยันต์อริยสัจ ยันต์เทาะว์รันโต ยันต์เทาะว์มหาพรหม ยันต์เทาะว์เกราะเพชร และนะปถมังต่างๆดังต่อไปนี้ นะเกราะเพชร นะพระโมคคัลลานะ นะพระสารีบุตร นะซ่อนหัว นะจังงัง นะคงกระพัน นะอุดปืน นะอุดปากกระบอก นะอุด นะอัด  นะมหาระงับ นะวิรุณจำบัง นะหนีภัย นะอาถรรพ์ นะทรงบังตา นะคุ้ม นะกาสัก นะตรีนิสิงเห นะตวาดหิมพาน นะเดินทาง นะพลิกแผ่นดิน นะพระปรมัตถ์ นะบังตา  นะทรหด นะทนทรหด นะคงกระพันชาตรี และยังประกอบด้วยพระคาถาต่างๆอีกมากมาย เช่น พระคาถาอาวุธพระพุทธเจ้า พระคาถามงกุฎพระพุทธเจ้า พระคาถากั้งบัง(มหากระดอน) พระคาถากันเขา-เขี้ยว-งา พระคาถาปืนแตก  พระคาถาพระเจ้าห้าพระองค์ พระคาถาธาตุ๔ พระคาถาเก้าดีสิบดี พระคาถาอิติปิโสแปดทิศ พระคาถาคงทนศาสตราวุธ พระคาถาป้องกันตัว พระคาถาป้องกันภัยพิบัติและอันตรายจากพวกอมนุษย์ พระคาถาหัวใจพระเจ้าห้าพระองค์ พระคาถาหัวใจธาตุ๔ พระคาถาหัวใจพระพุทธเจ้า พระคาถาหัวใจโสฬส พระคาถาหัวใจมหาอุด ฯ
ด้านหลังเหรียญ ประกอบด้วย ยันต์เก้ายอดพญาไก่เถื่อน ยันต์ตะกร้อ ยันต์โสฬสมหาพรหม ยันต์นะโมตาบอด(ผู้-เมีย) ยันต์เพชรหลีก ยันต์มหาราช ยันต์ตรีนิสิงเห ยันต์ไตรสรณคมณ์ ยันต์ดอกบัวแก้ว ยันต์ดอกบัวพุทธคุณ ยันต์ดอกบัวธรรมคุณ ยันต์เทพอาวุธ และนะปถมังต่างๆดังต่อไปนี้ นะพญาคุฑ นะพญางู นะเมตตา นะกรุณา นะมหานิยม นะเพชรหลีก นะเพชรกลับ นะโภคทรัพย์ นะกันปืน นะมหาอุด นะแคล้วคลาด นะคุ้มเมือง นะเปิดโลก นะค้าขาย นะม้วนแผ่นดิน นะแคล้ว นะเฉลวเพชร นะชุมพล นะคงกระพัน นะคงทน และยังประกอบด้วยพระคาถาต่างๆอีกมากมาย เช่น พระคาถาโสฬสมหาพรหม พระคาถานวหรคุณ พระคาถาอาวุธ๔ พระคาถาหัวใจพระเจ้าห้าพระองค์ พระคาถาหัวใจพระเวทย์ พระคาถาหัวใจพระไตรรัตน์ พระคาถาหัวใจอาวุธพระพุทธเจ้า พระคาถาหัวใจไตรสรณคมณ์ พระคาถาหัวใจบรมครูฤๅษี พระคาถาหัวใจอิติปิโส พระคถาหัวใจเทพอาวุธ พระคาถาหัวใจโจร พระคาถาหัวใจนักมวย พระคาถาหัวใจอิทธเจ พระคาถาหัวใจพระสีวลี พระคาถาหัวใจกันภัย พระคาถาหัใจทิพมนต์ พระคาถาหัวใจกษัตริย์ พระคาถาหัวใจพระเจ้าสิบชาติ ฯ
รายนามเกจิอาจารย์อธิษฐานจิตปลุกเสก
เหรียญมหาพุทธบารมีเก้ายอด
1.หลวงปู่คำบุ คุตฺตจิตฺโต วัดกุดชมภู อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี                    ปลุกเสก 6 วาระ
2.หลวงปู่อ่อง ฐิตธมฺโม วัดสิงหาญ อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี                       ปลุกเสก 6 วาระ
3.พระครูเกษมธรรมมานุวัตร วัดเกษมสำราญ อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี    ปลุกเสก 5 วาระ
4.หลวงปู่เร็ว ฉนฺทโก วัดบ้านหนองโน อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี                              ปลุกเสก 5 วาระ
5.หลวงปู่เก่ง ธนวโร วัดบ้านนาแก อ.พิบูลมังสารหาร จ.อุบลราชธานี                       ปลุกเสก 3 วาระ
6.หลวงปู่เขียน ปุญฺญกาโม ที่พักสงฆ์ป่าช้าบ้านโพนสิม อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานีปลุกเสก 14 วาระ
7.หลวงปู่คล้าย อธิเตโช วัดบ้านกระเดียน อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี            ปลุกเสก 3 วาระ
8.หลวงปู่เกลี้ยง เตชธมฺโม วัดบ้านโนนแกด อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ                              ปลุกเสก 3 วาระ
9.หลวงปู่จอม นาคเสโน วัดบ้านดอนดู่ อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ                                  ปลุกเสก 2 วาระ
10.หลวงปู่มหาคำแดง ฐานะทตฺโต วัดคัมภีราวาส อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานีปลุกเสก 4 วาระ
11.หลวงพ่อสุพัฒน์ เตชะพะโล วัดป่าประชานิมิต อ.สำโรง จ.อุบลราชธานี              ปลุกเสก 5 วาระ
12.หลวงพ่อทองวัน จนฺทโภ วัดบ้านปากโดม อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี       ปลุกเสก 2 วาระ
13.หลวงปู่หงษ์ พรหมปญฺโญ สุสานทุ่งมน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์                               ปลุกเสก 4 วาระ
14.หลวงพ่อคีย์ กิติญาโณ วัดศรีลำยอง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์                                     ปลุกเสก 3 วาระ
15.หลวงปู่เพ็ง จนฺทรังสี วัดโพธิ์ศรีละทาย อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ                      ปลุกเสก 2 วาระ
16.หลวงปู่โชติ อาภคฺโค วัดภูเขาแก้ว อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี                    ปลุกเสก 1 วาระ
17.หลวงปู่พา อธิวโร วัดบัวระรมย์ อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ                                       ปลุกเสก 1 วาระ
18.พระครูมงคลสีลพิพัฒน์(บุญจันทร์) วัดบ้านหนองมะแซว อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ปลุกเสก 1 วาระ
19.หลวงปู่โทน ขนฺติโก วัดบ้านพลับ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี                                  ปลุกเสก 1 วาระ
20.หลวงปู่เรียบ สุเมโธ วัดบ้านโคกกลางแสนสุข อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี             ปลุกเสก 2 วาระ
21.พระอาจารย์สวัสดิ์ ภูมิสาโร วัดป่าแสนอุดม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี                     ปลุกเสก 2 วาระ
22.หลวงปู่สิงห์ วัดบ้านขี้เหล็ก อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ                                              ปลุกเสก 1 วาระ
23.หลวงปู่สมศรี วัดถ้ำอนัตตา อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี (มรณะภาพแล้ว)      ปลุกเสก 1 วาระ
24.หลวงปู่บุญ ขนฺตโร วัดแสงน้อย อ.เขื่งใน จ.อุบลราชธานี                                       ปลุกเสก 2 วาระ
25.หลวงปู่ผาด ฐิติปญฺโญ วัดบ้านกรวด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์                                   ปลุกเสก 2 วาระ
26.หลวงพ่อเมียน กลฺยาโณ วัดจะเนียงวนาราม อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์                            ปลุกเสก 1 วาระ
27.หลวงพ่อเส็ง วิสุทฺธสีโล วัดปราสาทเยอร์ใต้ อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ                       ปลุกเสก 2 วาระ
28.หลวงพ่อสาย ปาโมกโข วัดตะเคียนราม อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ                                ปลุกเสก  2 วาระ
29.พระครูสุขวัฒนคุณ (หลวงพ่อสีลา) วัดบ้านโพนปลัด อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ          ปลุกเสก 2 วาระ
30.หลวงพ่อเพียร                      วัดเหล่าโดน อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ                           ปลุกเสก 1 วาระ
31.หลวงปู่ข้าวแห้ง (บายกริม) วัดบ้านตาปัน อ.บัวเชด จ.สุรินทร์                                   ปลุกเสก 1 วาระ
32.พระอาจารย์จ่อย สิริคุตฺโต วัดเวฬุวัน อ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ                                        ปลุกเสก 3 วาระ
33.พระครูสถิตธรรมวิมล (หลวงปู่คำดี) วัดบูรพาบ้านผึ้ง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ   ปลุกเกส 1 วาระ
34.พระครูสุวิมลภาวนาคุณ(หลวงพ่อจื่อ) วัดเขาตาเงาะอุดมพร อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ปลุกเสก 1 วาระ
35.หลวงปู่ถวิล ธมฺมิโก วัดพยุห์ อ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ                                                           ปลุกเสก 2 วาระ
36.หลวงปู่ ดร.บุญมี กมโล วัดเขาธงทองศรีเขต จ.พิษณุโลก                                             ปลุกเสก 1 วาระ
37.หลวงปู่หมี ปญฺญาธโร วัดหนองเม็กใหญ่ อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี                            ปลุกเสก 2 วาระ
ฆราวาสทรงคุณวุฒิ
1.พ่อสุพรรณ (สหายธรรมหลวงปู่พรหมา เขมจาโร) อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี
2.พ่อครูโหรประยูร ศิษย์ครูเฒ่า ครูเทพ ครูโหร (สายเขาอ้อและสายวัดประดู่ในทรงธรรม) กรุงเทพฯ ผู้บวงสรวงเหรียญมหาพุทธบารมีเก้ายอด
3.ฤาษีคง (ร่างปู่ฤาษีตาไฟ) อ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ
4.พ่อพัน กงแก้ว (ศิษย์เอกพระอาจารย์ทองดีและหลวงปู่มุม) อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ
5.ตาเป็ก (ศิษย์เอกหลวงปู่ญาท่านสวน)**เจ้าของฉายาเหรียญรุ่นแรกญาท่านสวนบล็อคตาเป็ก อันโด่งดัง** อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี
6.พ่อจาน สุวรรณ (ศิษย์เอกหลวงปู่บุญมี โชติปาโล) อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
7.อาจารย์อุ้ย เก้ายอด (ศิษย์เอก9บรมครู) เจ้าสำนักสักยันต์เก้ายอด อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
8.อาจารย์ป้อ รอดมัจจุราช (ศิษย์เอกบรมครูปู่องค์ลายศิษย์ร่วมครูอาจารย์อุ้ย เก้ายอด)**เจ้าตำหรับตะกรุดรอดมัจจุราชอันโด่งดังทั้งในประเทศและต่างประเทศ**
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

เหรียญพระพรหมประธานพร รุ่นแรก สำนักสักยันต์เก้ายอด

พระพรหมมหาเทพแห่งความเมตตาและลิขิตชะตามนุษย์


กำเนิดพระพรหม“คัมภีร์มานวธรรมศาสตร์”กล่าวไว้ว่าครั้นเมื่อโลกยังไม่ปรากฏสิ่งใดๆ(มีความว่างเปล่า)พระพรหม(ผู้เกิดเอง)ประสงค์จะสร้างทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก จากนั้นจึงสร้างน้ำขึ้นมาก่อนแล้วจึงนำพืชโปรยลงบนผืนน้ำพอเวลาผ่านไปพืชนั้นกลายเป็นไข่ทองคำและกำเนิดขึ้นมาเอง หลังจากนั้นพระพรหมจึงแบ่งร่างกายเป็นชาย-หญิงเพื่อสร้างโลกและมนุษย์ต่อมา….อีกตำนานหนึ่งใน“คัมภีร์มนัสนปุรณะ”เล่าว่าพระพรหมหลังกำเนิดขึ้นแล้วพระองค์แบ่งเป็น2ภาคซึ่งภาคหนึ่งเป็นชายคนแรกของโลกส่วนอีกภาคหนึ่งแบ่งเป็นหญิงคนแรกของโลกมีนามว่า “สรัสวดี” ต่อมาช่วยกันสร้างโลก มีเทวดา มนุษย์ อสูรและสรรพสัตว์สรรพพืชพันธุ์ในโลก….ตำนานพระเศียรของเทพเจ้าผู้สร้างโลกนามพระพรหม บางส่วนของตำนานกล่าวไว้ว่า เมื่อแรกพระพรหมทรงมี ๕ เศียร เรื่องมีอยู่ว่าพระองค์ทรงหลงรักและหวงแหนพระมเหสี เพื่อคุ้มครองพระมเหสีองค์นี้ด้วยว่าไม่ว่าจะเสด็จที่ใดก็ตาม พระองค์จะทรงใช้ตาที่เศียรทั้ง ๕ เศียรของ พระองค์เฝ้าติดตามไม่ว่าจะเกิดเหตุใดขึ้นก็ตามจะได้ช่วยทันทุกเวลาต่อมาเศียร ๑ ใน ๕ เศียรเกิดพูดจาดูหมิ่นพระมเหสีของพระศิวะเมื่อพระองค์ทราบเรื่องจึงบันดาลโทสะจนเกิดการต่อสู้กันระหว่างพระพรหมกับพระศิวะเมื่อเวลาต่อมาพระพรหมเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ถูกพระศิวะตัดเศียรไปหนึ่งเศียร จึงเป็นเหตุให้พระพรหม เหลือเพียง ๔ เศียร นับแต่นั้นเป็นต้น….ในอินเดียสมัยโบราณ พระพรหมเป็นเทพ(ผู้สร้างโลก) ได้รับการยกย่องโดยพวกพราหมณ์เชื่อว่า”พระพรหมเป็นฤๅษีองค์แรกของศาสนาพราหมณ์และเป็นมหาเทพที่มีบุญบารมีสูงส่งกว่าเทพและเทวดาทั่วไป พระพรหมจึงกลายเป็นเทพองค์สำคัญขึ้นมาใหม่โดยมีการสร้างเทวาลัยและรูปปั้นไว้เป็นจำนวนมากพระพรหมได้รับการนับถือบูชาในฐานะที่พระองค์เป็นผู้สร้างของทุกสิ่งทุกอย่างให้เกิดขึ้นบนโลกพระองค์ทรงเป็นผู้ให้ที่สำคัญและเป็นผู้กำหนดโชคชะตาของมนุษย์ พระพรหมเป็นเทพผู้สร้างโลกได้รับการยกย่องโดยพวกพราหมณ์ให้มีฐานะเท่าเทียมกับพระนารายณ์ (ผู้คุ้มครองโลก) และพระศิวะ (ผู้ทำลายโลก)

พระพรหมเริ่มแรกทรงเนรมิตมนุษย์มีขาข้างเดียว แต่ก็เห็นว่าเดินไม่สะดวก จึงสร้างมนุษย์มี ๓ ขา ดูเหมือนจะไม่พอพระทัยเพราะว่าเกะกะเกินไปไม่สวยงาม จึงทรงสร้างมนุษย์ขึ้นมาใหม่อีกครั้งให้มี ๒ ขา ที่ปรากฏจนทุกวันนี้….ท้าวมหาพรหมคือเทพเจ้า ผู้สร้าง ผู้ลิขิตความเป็นไปของทุกสรรพสิ่ง เป็นผู้กำเนิดชะตา  ชีวิตของมนุษย์ทุกคน ที่เราๆท่านๆรู้จักกันใน “พรหมาลิขิต”พระพรหมจึงเป็นผู้รู้ความเคลื่อนไหว ความเป็นไปของสรรพสิ่ง พระพรหมคือ มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่หนึ่งในสาม ท่านท้าวมหาพรหมทรงรับฟังคำอธิษฐานของผู้ศรัทราในองค์ท่านเสมอ ผู้บูชาพระพรหมและกระทำความดีอย่างสม่ำเสมอจะได้รับการบันดาลพรให้สมหวังในสิ่งที่ปรารถนา….ท้าวมหาพรหม เป็นเทพเจ้าแห่งการสร้างสรรค์ ทรงมีอิทธิฤทธิ์เทวานุภาพในการลิขิตดวงชะตาชีวิตมนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลาย โดยควบคุมทุกอย่างให้เป็นไปตามเงื่อนไขของกฎแห่งกรรม ท้าวมหาพรหมจึงเป็นผู้คุ้มครองคนดี และลงโทษผู้กระทำบาป ผู้กระทำบาปจะถูกพระพรหมลิขิตให้ชีวิตมีแต่ความลำบากยากเข็ญ ผู้ที่มีจิตใจเอื้ออารีต่อผู้อื่น พระพรหมจะบันดาลให้ชีวิตมีแต่ความสุขและสมบูรณ์….ผู้ศรัทธาในพระพรหม เมื่อบูชาพระองค์แล้ว พระองค์จะประทานปัญญาในการประกอบอาชีพ ทำให้ธุรกิจ กิจการ งานทุกอย่างก็จะประสบความสำเร็จ พระองค์ยังทรงปกป้องให้ห่างจากศัตรูหมู่มาร อีกทั้งผู้มีศรัทธาในพระองค์จะเป็นที่รักแก่ เทวดา มนุษย์ และอมนุษย์ ทั้งมวล คิดสิ่งใดปารถนาสิ่งใดที่ตั้งมั่นอยู่ในความถูกต้อง ท้าวมหาพรหมจะประทานให้ผู้บูชาสมปรารถนาทุกประการ

慈祥与注定命运的四面佛大神

大梵天王(四面佛)的出身按”百道梵书”说“世界最初还没有任何东西《空虚的》然后大梵天王《创造之神》想创造万物,遂先创造水,使地球一片汪洋;然后将植物播于水中,但植物却长一只金蛋,其后金蛋破裂,大梵天王就从蛋中出生。后来大梵天王自分为两部分,一为男性、一为女性为了创作地球和人类,在另一传说……说大梵天王自分为两部分后,一为男性始祖、一为女性始祖名叫“帕沙叻沙哇哩”,合作后建造神仙、凡人、魔鬼以及各种树木…大梵天王面头的传说,有些传说部分讲,四面神本是五面。故事中说大梵天王非常爱他的王后,为了保护他的妻子不管去哪个地方都会用他的五面随着她,因出什么问题就可以立即帮助她。有一天他的五面之一藐视了湿婆神的王后,湿婆很生气就跟大梵天王打架,后来湿婆神打败了大梵天王,大梵天王就被湿婆神砍掉了他的一颗头只剩下四个头……在印度古代,大梵天王《创造之神》被婆罗门人称颂 “大梵天王是婆罗门教的隐士之一,还是比其他神的荣耀还高,他就成为最重要的大神,被人们造了好多塑像,也受到了人们的尊敬,来拜他。因他是创造地球万物者,更是注定人类的命运神。梵天创造者被婆罗门教称赞了把它放在跟那罗延那神《守护之神》,湿婆神《毁灭之神》一样的位置。

梵天,最初造人只有一只腿,但感觉不太方便。于是让人类有三只脚,但还是不满意,大梵天王看了感觉不漂亮,就再次使人类只有两只腿,就是现代人的腿脚。四面佛是创造之神,是主宰万物者,也是注定人的命运神。大家都知道他名称叫 “大梵天王” ,是知道万物的所有举动者,也是婆罗门教里的三个大神之一。梵天倾听在他里面的人的祷告,所有的做好事人与尊敬他的人可以收到他的祝福,万事如意。梵天是个创造之神能够注定万物的命运 通过因果报应的法则来控制。所以他是保护好人的,并处罚那些犯罪的人,谁犯罪就被梵天咒诅,让他只能活在痛苦里面。另一种,谁有慈善心,有良心的人,梵天会给他祝福让他丰谷得福……相信梵天的人,崇拜他,他会赐给做事业的智慧,让各种活动事业都成功。他还保护这些人远离魔鬼。而且相信梵天的人将变成天使,世人,神仙鬼怪亲爱的人,让那些忠诚的人心想事成(合法之事)。
ด้านหน้าเหรีญ ประกอบด้วย เทวลักษณะพระพรหมปาฏิหาริย์8กรยืนประทับทรงพญาหงษ์ทอง(พญาหงษ์ชาวมอญนับถือว่าเป็นของสูง ของมงคล)พาหนะของพระองค์ ทั้ง8กร 8อริยบท คือ ถือคัมภีร์พระเวท ถือคฑา ถือคันโฑ ประทับพระอุระ ประทานพรให้แก่มวลมนุษย์ ถือประคำ ถือคันฉ่อง ถือช้อนทอง แสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์คอยดูความเป็นไปของมนุษย์และสรรพสัตว์ คอยประทานพรให้แก่ผู้นับถือบูชา บนรัศมีเศียรพระพรหม มีคาถา พรหมวิหาร ๔ คือเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา (ธรรมะคุ้มครองโลก) ล้อมด้วยพระคาถาถาปิโยฯ (เทวดาใจอ่อน) ด้านล่างพญาหงษ์ทอง เป็นพระคาถาหัวใจพระพรหม ล้อมขอบเหรียญด้วย พระคาถาอิติปิโสแปดทิศ(คุ้มครองทั้งแปดทิศ ได้ลาภทั้งแปดทิศ ได้กัลยาณิมิตรทั้งแปดด้าน) พระคาถาหัวใจอิทธะเจ และพระคาถานวโลกุตตรธรรม อีกทั้งยังมีนะปถมังต่างๆดังต่อไปนี้ นะพรหมสี่หน้า(ทั้งด้านซ้าย-ขวา) นะพระปรมัตต์ นะตวาดหิมพาน นะปถมังบังเกิด นะห้ามใจ นะสะอึกใจ นะดำเนินนาฏ นะเมตตา นะกรุณา ฯ
ด้านหลังเหรียญ ประกอบด้วย พระยันต์ดวงพิชัยสงคราม(ตามตำราสมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว พระอาจารย์ในสมเด็จพระนเรศวรมหาราช) ตรงกลางว่า “มหัทธโนฤกษ์” คือฤกษ์แห่งความเจริญรุ่งเรื่อง ด้านล่างซ้าย เป็นพระยันต์สมปรารถนา(ยันต์แห่งลุ่มน้ำโขง หลวงปู่คำพันธ์พบเจอในพระธาตุพนม) ด้านล่างขวา เป็นพระยันต์มั่นเที่ยง(เป็นยันต์รักษาทรัพย์ หลวงปู่คำพันธ์พบเจอในพระธาตุพนม) ยังมีนะปถมังวิเศษ อีก๒นะปถมัง คือนะพระโมคคัลลานะ นะพระสารีบุตร พร้อมด้วยพระคาถาบูชาดวงพิชัยสงคราม**เว้นว่างไว้ ให้ตอกชื่อ-นามสกุลของเจ้าของเหรียญเพื่อความเป็นศิริมงคล และรับพรจากพระพรหม**ด้านล่างสุดเป็นยันต์บ้วแก้วพระพุทธเจ้า ซึ่งสัญลักษร์แห่งความประเสริฐที่สุด เจริญที่สุด ชนะอุปสรรคทั้งปวง ผู้บูชาเหรียญนี้หมั่นบูชา  สวดมนต์ภาวนาพระคาถาบูชาดวงพิชัยสงครามเป็นประจำ รับรองได้ว่าจะไม่มีคำว่า “ดวงตก” หรือ “พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก” แน่นอน
ตะกรุดมหารูด เป็นตะกรุดที่โด่งดังมากในต่างประเทศ เพราะมากด้วยประสบการณ์ไปต่างประเทศครั้งใดลูกศิษย์ต่างประเทศจะถามบูชาจนหมด แต่1ปี อ.อุ้ยจะทำได้ 1ครั้งเท่านั้น(เฉพาะเพชรฆาตรฤกษ์เท่านั้น) พอหมดเลิกแล้วต้องหยุดทำทันที จึงทำได้น้อย ปีหนึ่งทำได้ไม่ถึง 30 ดอก
อิทธิคุณ ของตะกรุดมหารูดคือ รูดไว้ข้างหน้าสู้ศึกไม่ต้องกลัวศาสตราวุธใดๆ รูดไว้ข้างซ้ายไปหาผู้หญิง รูดไว้ข้างขวาไปหาผู้ชาย รูดไว้ข้างหลังหลบหนีศัตูรมิให้ตามได้ นี่แหละคืออิทธิคุณของตะกรุดมหารูดที่โบราณจารย์ได้บันทึกไว้

รายนามเกจิอาจารย์อธิษฐานจิตปลุกเสก

เหรียญพระพรหมประทานพร-ตะกรุดมหาพรหม-ตะกรุดมหารูด

1.หลวงปู่มหาคำแดง ฐานะทตฺโต วัดคัมภีราวาส อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานีปลุกเสก 6 วาระ
2.หลวงปู่อ่อง ฐิตธมฺโม วัดสิงหาญ อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี                        ปลุกเสก 4 วาระ
3.หลวงปู่เขียน ปุญฺญกาโม ที่พักสงฆ์ป่าช้าบ้านโพนสิม อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานีปลุกเสก 13 วาระ
4.หลวงปู่เร็ว ฉนฺทโก วัดบ้านหนองโน อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี                               ปลุกเสก 3 วาระ
5.พระครูเกษมธรรมมานุวัตร วัดเกษมสำราญ อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี      ปลุกเสก 3 วาระ
6.หลวงปู่เก่ง ธนวโร วัดบ้านนาแก อ.พิบูลมังสารหาร จ.อุบลราชธานี                        ปลุกเสก 2 วาระ
7.หลวงปู่คำบุ คุตฺตจิตฺโต วัดกุดชมภู อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี                      ปลุกเสก 2 วาระ
8.หลวงปู่เรียบ สุเมโธ วัดบ้านโคกกลางแสนสุข อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี               ปลุกเสก 2 วาระ
9.หลวงปู่คล้าย อธิเตโช วัดบ้านกระเดียน อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี              ปลุกเสก 2 วาระ
10.หลวงพ่อสุพัฒน์ เตชะพะโล วัดป่าประชานิมิต อ.สำโรง จ.อุบลราชธานี               ปลุกเสก 2 วาระ
11.หลวงปู่จอม นาคเสโน วัดบ้านดอนดู่ อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ                                  ปลุกเสก 1 วาระ
12.หลวงปู่โทน ขนฺติโก วัดบ้านพลับ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี                                  ปลุกเสก 1 วาระ
13.พระอาจารย์สวัสดิ์ ภูมิสาโร วัดป่าแสนอุดม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี                     ปลุกเสก 2 วาระ
14.หลวงปู่บุญ ขนฺตโร วัดแสงน้อย อ.เขื่งใน จ.อุบลราชธานี                                       ปลุกเสก 2 วาระ
15.พระครูมงคลสีลพิพัฒน์(บุญจันทร์) วัดบ้านหนองมะแซว อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ปลุกเสก 1 วาระ
16.หลวงปู่เพ็ง จนฺทรังสี วัดโพธิ์ศรีละทาย อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ                       ปลุกเสก 2 วาระ
17.หลวงปู่หงษ์ พรหมปญฺโญ สุสานทุ่งมน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์                                ปลุกเสก 1 วาระ
18.หลวงปู่ผาด ฐิติปญฺโญ วัดบ้านกรวด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์                                    ปลุกเสก 2 วาระ
19.หลวงพ่อเมียน กลฺยาโณ วัดจะเนียงวนาราม อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์                            ปลุกเสก 1 วาระ
20.หลวงพ่อคีย์ กิติญาโณ วัดศรีลำยอง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์                                    ปลุกเสก 1 วาระ
21.หลวงพ่อเส็ง วิสุทฺธสีโล วัดปราสาทเยอร์ใต้ อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ                       ปลุกเสก 2 วาระ
22.หลวงพ่อสาย ปาโมกโข วัดตะเคียนราม อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ                               ปลุกเสก 2 วาระ
23.พระครูสุขวัฒนคุณ (หลวงพ่อสีลา) วัดบ้านโพนปลัด อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ         ปลุกเสก 2 วาระ
24.หลวงพ่อเพียร วัดเหล่าโดน อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ                                               ปลุกเสก 1 วาระ
25.หลวงปู่ข้าวแห้ง (บายกริม) วัดบ้านตาปัน อ.บัวเชด จ.สุรินทร์                                 ปลุกเสก 1 วาระ
26.พระอาจารย์จ่อย สิริคุตฺโต วัดเวฬุวัน อ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ                                       ปลุกเสก 3 วาระ
27.พระอาจารย์สวัสดิ์ ภูมิสาโร วัดป่าแสนอุดม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี                      ปลุกเสก 2 วาระ
28.พระครูสถิตธรรมวิมล (หลวงปู่คำดี) วัดบูรพาบ้านผึ้ง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ปลุกเกส 1 วาระ
29.พระครูสุวิมลภาวนาคุณ(หลวงพ่อจื่อ) วัดเขาตาเงาะอุดมพร อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ปลุกเสก 1 วาระ
30.หลวงปู่ถวิล ธมฺมิโก วัดพยุห์ อ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ                                                           ปลุกเสก 2 วาระ
31.หลวงปู่ ดร.บุญมี กมโล วัดเขาธงทองศรีเขต จ.พิษณุโลก                                             ปลุกเสก 1 วาระ
32.หลวงปู่หมี ปญฺญาธโร วัดหนองเม็กใหญ่ อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี                            ปลุกเสก 2 วาระ
***และอาจารย์อุ้ย เก้ายอด เจ้าสำนักสักยันต์เก้ายอด ปลุกเสก 1 ไตรมาส***

ตะกรุดมหาจักรพรรดิตราธิราช-ผ้ายันต์มหาจักรพรรดิตราธิราช

(สร้างตามตำราวัดกษัตราธิราช เดินสูตรอิติปิโสรัตนมาลา)


***ถ้ากุลบุตรผู้ใดจะใคร่ปรารถนาลาภยศ ให้ลงมหายันต์นี้ใส่แผ่นหินก็ได้ แผ่นทองคำ แผ่นทองแดง แผ่นเงิน หรือแผ่นตะกั่วก็ได้ เอาแช่น้ำบูชาไว้ ยิ่งแช่ในขันสำริดยิ่งดีนัก เอาน้ำนั้นกินบ้าง ใส่ศีรษะบ้าง ลูบหน้าบ้าง บำบัดโรคภัยไข้เจ็บทั้งหลายและทั้งอายุก็ยืนยาว บังเกิดลาภยศตามแต่จะพึงปรารถนา อธิษฐานเอาเถิดจะ สำเร็จตามความปรารถนาทุกประการ

 

***ถ้าจะให้มีตบะเดชะให้เอาพระยันต์นี้ลงทำเป็นตะกรุดผูกเอวไว้ ให้รูดตะกรุดไว้ข้างหน้า ใครเห็นใครกลัว ใครเห็นใครรักแล      ถ้าจะให้คนมาเกี่ยวข้าวในนาของเรา หรือจะทำการค้าขายให้ขายสินค้าได้คล่อง ๆ ให้เอามหายันต์นี้ลงใส่ผ้าขาว ทำเป็นธงปักไว้ ลมพัดไปทางไหน ผู้คนหลั่งไหลมาทางทิศนั้นแล หรือจะทำเป็นตะกรุดแช่น้ำมนต์ เอาน้ำมนต์ประพรมสินค้าก็ได้ ซื้อง่ายขายคล่อง แลถึงแม้ว่าผีเข้าอยู่ ให้เอาน้ำมนต์นี้ประพรม ผีก็หนีออกไปสิ้น

 

***ถ้าจะประจัญด้วยข้าศึก ให้ลงพระมหายันต์นี้ทำเป็นธงใส่ในผืนผ้าขาว แล้วอธิษฐานยกธงโบกขึ้นไปทางทิศไหน ข้าศึกแตกหนีไปทางนั้น ธงนี้เอาบูชาไว้กับบ้านเรือนใด กันเสนียดจัญไร กันฟ้าและกันไฟก็ได้แล

 

 

 

***ถ้าจะกันโจรผู้ร้ายมิให้ทำอันตรายแก่เราได้ ให้เอากรวดและทรายมา เอาน้ำมนต์ที่แช่ตะกรุดนั้นประพรมกรวดทรายเข้า แล้วเอากรวดทรายนั้นหว่านล้อมให้รอบบริเวณบ้านเรา อธิษฐานขอบารมีพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ จงมาช่วยคุ้มครองป้องกันอันตราย บรรดาคนที่คิดร้ายต่อเราเข้ามาเหยียบถูกกรวดถูกทรายที่เราหว่านโปรยไว้ จะต้องบังเกิดมีอันเป็นไปต่าง ๆ นานาแล “อุปเท่ห์มหายันต์นี้มีมากมายเหลือจะคณานับ ใช้ได้ทุกประการ

ผู้ใดมีบุญญาวาสนาถึงจะได้ครอบครอง

***สมัยก่อนพระโบราณจารย์นิยมสร้างตะกรุดมหาจักรพรรดิตราธิราช เพื่อมอบประจำตัวผู้มี บุญหนัก ศักดิ์ใหญ่ เป็นของประจำกายพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ ตลอดจนพระยา มหาเสนาและแม่ทัพนายกอง นอกจะบูชาเป็นการเสริมดวงชะตา วาสนา บารมีของเจ้าของตะกรุดแล้ว ก็มักใช้ติดตัวออกศึก  ในยามสงคราม ถือกันว่าผู้ที่มีตะกรุดมหาจักรพรรดิตราธิราชติดตัวอยู่จะไม่ตายด้วยศาสตราวุธใดๆ ภัยอันตรายใดๆก็ไม่สามารถกล้ำกายได้เลย ประดุจมีกำแพงแก้ว 7 ชั้นคุ้มครองไว้

***การบูชาตะกรุดมหาจักรพรรดิตราธิราชเป็นไปเพื่อ คุ้มครองดวงชะตา และเสริมวาสนา บารมีเจ้าของตะกรุดเป็นหลัก เป็นของจริงที่ทำยาก เสกยาก เพราะต้องเชิญเทวดามาประจำตะกรุด คุ้มครองเจ้าของตะกรุด ตลอดจนวงศาคณาญาติไปตลอด การลงตะกรุดนั้นอาจารย์ผู้มีวิชา ก็จะต้องเลือกวันที่มีพิสถานเป็นมงคล ในมหาฤกษ์ มหาชัย ลงอักขระยันต์

***สำหรับตะกรุดมหาจักรพรรดิตราธิราชนี้ตามตำรากล่าวว่าใครมีตะกรุดมหาจักรพรรดิตราธิราชแล้ว จะได้เป็นใหญ่กว่าหมู่คณะ มีตบะ เดชะ และบารมีเพิ่มมากขึ้นทุกวัน จะมีคนคอยชูชุบอุปถัมภ์จนได้เป็นเจ้าพระยา มหาอำมาตย์ กอปรด้วยยศฐาบรรดาศักดิ์ และทรัพย์สิน เงินทอง ข้าทาส บริวาร พร้อมมูล ศัตรู หมู่อมิตรที่คิดร้ายจะพินาศสูญ พ้น อันตรายจากเทวดา มนุษย์ นาคและภูตผู้ร้าย ไปทางไหน ทิศไหนจะเป็นที่รักใคร่ นิยมของคนทางนั้น ทิศนั้น จะมีลาภ ผล และเกียรติยศเกรียงไกรไปทั่วทุกทิศ จะมีเทวดาพิทักษ์รักษา ค้ำคูณดวงชะตาผู้บูชา แต่ถ้านำไปวางที่หิ้งพระ โต๊ะหมู่บูชาพระ จะแผ่อำนาจคุ้มครองดวงชะตาคนทั้งบ้าน ให้เจริญ รุ่งเรือง

รายนามเกจิอาจารย์อธิษฐานจิตปลุกเสก

ตะกรุดมหาจักรพรรดิตราธิราช-ผ้ายันต์มหาจักรพรรดิตราธิราช

1.หลวงปู่อ่อง ฐิตธมฺโม วัดสิงหาญ อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี                        ปลุกเสก 6 วาระ

2.หลวงปู่เร็ว ฉนฺทโก วัดบ้านหนองโน อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี                              ปลุกเสก 5 วาระ

3.พระครูเกษมธรรมมานุวัตร วัดเกษมสำราญ อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี     ปลุกเสก 5 วาระ

4.หลวงปู่คำบุ คุตฺตจิตฺโต วัดกุดชมภู อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี                     ปลุกเสก 4 วาระ

5.หลวงปู่เก่ง ธนวโร วัดบ้านนาแก อ.พิบูลมังสารหาร จ.อุบลราชธานี                       ปลุกเสก 3 วาระ

6.หลวงปู่มหาคำแดง ฐานะทตฺโต วัดคัมภีราวาส อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี  ปลุกเสก 5 วาระ

7.หลวงปู่เขียน ปุญฺญกาโม ที่พักสงฆ์ป่าช้าบ้านโพนสิม อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี ปลุกเสก 18 วาระ

8.หลวงปู่คล้าย อธิเตโช วัดบ้านกระเดียน อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี              ปลุกเสก 3 วาระ

9.หลวงปู่เรียบ สุเมโธ วัดบ้านโคกกลางแสนสุข อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี                ปลุกเสก 2 วาระ

10.หลวงพ่อสุพัฒน์ เตชะพะโล วัดป่าประชานิมิต อ.สำโรง จ.อุบลราชธานี               ปลุกเสก 6 วาระ

11.หลวงปู่จอม นาคเสโน วัดบ้านดอนดู่ อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ                                  ปลุกเสก 1 วาระ

12.หลวงปู่โทน ขนฺติโก วัดบ้านพลับ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี                                  ปลุกเสก 1 วาระ

13.หลวงปู่แสง ปริปุณฺโณ วัดป่าฤกษ์อุดม อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ               ปลุกเสก 1 วาระ
14.หลวงปู่แสง ญาณวโร วัดบ้านนาเกิ้ง อ.ชานุมาน จ.อำนาจเริญ                               ปลุกเสก 1 วาระ
15.หลวงปู่หงษ์ พรหมปญฺโญ สุสานทุ่งมน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์                                 ปลุกเสก 4 วาระ
16.หลวงปู่บุญ ขนฺตโร วัดแสงน้อย อ.เขื่งใน จ.อุบลราชธานี                                       ปลุกเสก 4 วาระ
17.หลวงปู่เพ็ง จนฺทรังสี วัดโพธิ์ศรีละทาย อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ                       ปลุกเสก 3 วาระ
18.หลวงปู่พา อธิวโร วัดบัวระรมย์ อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ                                         ปลุกเสก 1 วาระ
19.หลวงพ่อสิน ภทฺทาจาโร วัดละหารใหญ่ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง                                 ปลุกเสก 1 วาระ
20.พระอาจารย์สมคิด นนฺทิโย วัดบึงตาต้า อ.ปลวกแดง จ.ระยอง                               ปลุกเสก 1 วาระ
21.หลวงปู่ผาด ฐิติปญฺโญ วัดบ้านกรวด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์                                     ปลุกเสก 2 วาระ
22.หลวงพ่อเมียน กลฺยาโณ วัดจะเนียงวนาราม อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์                             ปลุกเสก 1 วาระ
23.หลวงปู่คีย์ กิติญาโณ วัดศรีลำยอง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์                                          ปลุกเสก 2 วาระ
24.หลวงพ่อเส็ง วิสุทฺธสีโล วัดปราสาทเยอร์ใต้ อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ                        ปลุกเสก 3 วาระ
25.หลวงพ่อสาย ปาโมกโข วัดตะเคียนราม อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ                                 ปลุกเสก 2 วาระ
26.พระครูสุขวัฒนคุณ (หลวงพ่อสีลา) วัดบ้านโพนปลัด อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ          ปลุกเสก 2 วาระ
27.หลวงพ่อเพียร วัดเหล่าโดน อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ                                                 ปลุกเสก 1 วาระ
28.หลวงปู่ข้าวแห้ง (บายกริม) วัดบ้านตาปัน อ.บัวเชด จ.สุรินทร์                                   ปลุกเสก 1 วาระ
29.พระอาจารย์จ่อย สิริคุตฺโต วัดเวฬุวัน อ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ                                         ปลุกเสก 3 วาระ
30.พระอาจารย์สวัสดิ์ ภูมิสาโร วัดป่าแสนอุดม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี                        ปลุกเสก 1 วาระ
31.พระครูสถิตธรรมวิมล (หลวงปู่คำดี) วัดบูรพาบ้านผึ้ง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ    ปลุกเกส 1 วาระ
32.พระครูสุวิมลภาวนาคุณ(หลวงพ่อจื่อ) วัดเขาตาเงาะอุดมพร อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ปลุกเสก 1 วาระ
33.หลวงปู่ถวิล ธมฺมิโก วัดพยุห์ อ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ                                                           ปลุกเสก 2 วาระ
34.หลวงปู่ ดร.บุญมี กมโล วัดเขาธงทองศรีเขต จ.พิษณุโลก                                             ปลุกเสก 1 วาระ
35.หลวงปู่หมี ปญฺญาธโร วัดหนองเม็กใหญ่ อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี                             ปลุกเสก 2 วาระ

***และพ่อสุพรรณ (สหายธรรมหลวงปู่พรหมมา เขมจาโร) อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี-พ่อพัน กงแก้ว (อดีตมือปราบจอมขมังเวทย์) อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ-อ.อุ้ย เก้ายอด เจ้าสำนักสักยันต์เก้ายอด จ.อุบลราชธานี อธิษฐานจิตปลุกเสก 1 ไตรมาส***

 

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

 

วัตถุมงคลต่างๆของสำนักสักยันต์เก้ายอด

ชื่อ:เหรียญพุทธบารมีเก้ายอด
สร้าง 25 เหรียญ
เนื้อเงิน (หมด)
บูชาราคา: 3,999 บาท

ชื่อ:เหรียญพุทธบารมีเก้ายอด
สร้าง 499 เหรียญ
เนื้อทองเหลือง
บูชาราคา: 399 บาท

ชื่อ:เหรียญพุทธบารมีเก้ายอด
สร้าง 499 เหรียญ
เนื้อทองแดง
บูชาราคา: 399 บาท

ชื่อ:ผ้ายันต์รับทรัพย์-เรียกทรัพย์
สร้ง 999 ชุด
บูชาราคา: 199บาท/ชุด

ชื่อ:น้ำมันเทพรัญจวน
สร้าง 199 ขวด (หมด)
บูชาราคา: 299 บาท

 

ชื่อ: เสริมดวงประจำวันเกิด(ม้วนเครือเขาหลง)สร้าง 999 ดอก/สี(หมด)บูชาราคา: 499 บาท

 

ชื่อ:เหรียญพระพรหมประทานพร(เนื้อเงิน)ราคา:บาท

 

 

 

 

 

ชื่อ:เหรียญพระพรหมประทานพร(เนื้อนวะ)ราคา:บาท

 

 

 

 

 

ชื่อ:เหรียญพระพรหมประทานพร(เนื้อทองเหลือง)ราคา:บาท

 

 

 

 

 

ชื่อ:ผ้ายันต์จักรพรรดิตราธิราช(สีขาว)     ราคา:บาท

 

 

 

 

 

ชื่อ:ผ้ายันต์จักรพรรดิตราธิราช(สีแดง)     ราคา:บาท

 

 

 

 

 

ชื่อ:ผ้ายันต์จักรพรรดิตราธิราช(สีเหลือง)     ราคา:บาท

 

 

 

 

ชื่อ:ตะกรุดมหารูด                           ราคา:บาท